ปัญหาพิเศษ สมาธิสั้น ออทิสติก พัฒนาการช้า ฯลฯ

ยาสมาธิสั้น ยาเพิ่มสมาธิ (ตอนที่ 2 )

ยาเพิ่มสมาธิ

ยาเพิ่มสมาธิที่แพทย์ให้ปลอดภัยไหม?


ยาทั้งสามกลุ่มที่กล่าวมาแล้วนี้มีความปลอดภัยและได้รับการรับรองจากองค์การอาหารและยาของสหรัฐอเมริกา (Food and Dairy Administration- FDA) ว่าสามารถใช้ในเด็กได้อย่างปลอดภัย มีการศึกษาวิจัยมากมายในต่างประเทศที่บอกว่ายามีประโยชน์ในการทำให้เด็กมีอาการดีขึ้น เรียนหนังสือได้ดีและประสบความสำเร็จมากขึ้น

จะต้องกินยาทุกวันหรือไม่ ?

วัตถุประสงค์หลักของการให้ยาก็คือ เพื่อช่วยเด็กทางด้านการเรียน ดังนั้นแพทย์มักจะให้ยาในวันที่ต้องไปโรงเรียน ส่วนวันเสาร์-อาทิตย์และเมื่อปิดเทอม แพทย์มักจะให้หยุดกินยา

อย่างไรก็ตามในเด็กที่มีอาการมาก เช่น ซน อยู่ไม่นิ่ง อารมณ์หงุดหงิดง่ายจนทำให้เกิดปัญหา แพทย์อาจจะให้กินยาในวันหยุดด้วย ทั้งนี้ไม่ให้เกิดปัญหาพฤติกรรมมากมายจนเกินไป

ปัจจุบันในต่างประเทศมีแนวโน้มที่จะให้เด็กกินยาทุกวัน ทั้งนี้เพื่อช่วยให้เด็กมีการควบคุมตนเองดีขึ้น ไม่ให้เกิดปัญหาความตึงเครียดในครอบครัว (โดยเฉพาะระหว่างพ่อ-แม่-ลูก) มากเกินไป โดยเชื่อว่าเมื่อเด็กมีอาการน้อยลงและการควบคุมตนเองดีขึ้น ปฏิสัมพันธ์ระหว่างเด็กกับบุคคลอื่นจะดีขึ้น เด็กจะมีความรู้สึกที่ดีต่อตนเองและต่อผู้อื่นซึ่งก็จะส่งผลให้เด็กมีความสุข มีความมั่นคงในตนเอง และมีการพัฒนาดียิ่งขึ้นเรื่อยๆ

ลูกจะติดยาหรือไม่ ?

จากการศึกษาวิจัยและติดตามผู้ป่วยมาเป็นเวลานานไม่พบว่าเด็กหรือผู้ใหญ่ที่ใช้ยานี้จะมีการติดยา ผู้ปกครองจะสังเกตได้ว่าเมื่อลดขนาดยาลงหรือหยุดยาไปเด็กก็จะไม่เกิดอาการผิดปกติใดๆ โดยทั่วไปยาออกฤทธิ์ในเวลาไม่นาน เช่น Ritalin แบบธรรมดา ออกฤทธิ์อยู่เพียง 3 – 4 ชม.เท่านั้น

เมื่อหมดฤทธิ์ยา เด็กก็จะเป็นปกติธรรมดา ดื้อ ซน อยู่ไม่นิ่งเหมือนเดิม ส่วนอาการดื้อยา (ต้องเพิ่มขนาดยาขึ้นเรื่อยๆ จึงจะได้ผลดีตามเดิม) นั้น มักไม่ค่อยมี ดังนั้นการใช้ยานี้ไม่จำเป็นต้องเพิ่มขนาดขึ้นเรื่อยๆ สาเหตุประการเดียวที่แพทย์ต้องเพิ่มยา คือ เด็กเติบโตขึ้นและมีน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น

อย่างไรก็ตาม ผู้ปกครองจำนวนมากอาจพบว่า เมื่อลูกกินยาไปนานๆ การเปลี่ยนแปลงที่ดีที่เกิดขึ้นในช่วงแรกนั้นกลับลดน้อยลง (เช่น เด็กเคยขยันในช่วงต้นของการรักษา แต่พอนานๆ ไปก็ขยันน้อยลง เป็นต้น) สาเหตุมักเนื่องมาจากทั้งเด็กและครอบครัวต่างก็เริ่มชินกับโรคและปัญหาต่างๆ ที่พบและไม่มีความวิตกกังวลเท่ากับตอนแรกที่มาพบแพทย์ ผู้ปกครองมักเกิดความหย่อนยานในการปรับพฤติกรรมของเด็ก ปัญหาพฤติกรรมต่างๆ จึงเกิดขึ้นซ้ำอีกและดูราวกับว่า การใช้ยาในช่วงหลังๆ ไม่ทำให้เด็กดีขึ้นเท่าไร

ลูกจะต้องกินยาไปนานเท่าใด ?

เนื่องจาก ADD เป็นโรคเรื้อรัง เด็กจำนวนมากจำเป็นจะต้องใช้ยาไปจนโต โดยเฉพาะในรายที่มีอาการรุนแรง ส่วนรายที่มีอาการเล็กน้อยหรือปานกลางนั้นอาจหยุดยาได้เป็นระยะๆ เมื่อเด็กมีพฤติกรรมดีขึ้น มีความสัมพันธ์กับผู้อื่นดีขึ้นและผลการเรียนดีขึ้น ทั้งนี้เพราะเมื่อเด็กมีการพัฒนาขึ้นในหลายๆ ด้าน เด็กก็มักจะเกิดกำลังใจ เกิดแรงจูงใจที่จะพัฒนาตนเองให้ดียิ่งขึ้น สิ่งเหล่านี้จะช่วยให้เด็กพยายามและตั้งใจมากขึ้นทั้งในการเรียนและในการควบคุมตนเอง เด็กหลายคนสามารถหยุดยาได้ ทั้งนี้เพราะการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวได้กลายเป็นอุปนิสัยอันถาวรของเด็กจนไม่จำเป็นต้องกินยาอีก

ยาสมาธิสั้นช่วยได้จริงหรือ?

แนะนำอ่านหนังสือ “สร้างสมาธิให้ลูกคุณ” และเรียนออนไลน์บทเรียน “ดูแลลูกสมาธิสั้น”

Similar Posts