อย่าปล่อยโรคสมาธิสั้นไว้

คุณพ่อคนหนึ่งพาลูกชายมาตรวจด้วยปัญหาไม่มีความเชื่อมั่น อาจารย์ ใช้เวลาร่วม 40 นาทีตรวจประเมินเด็กก็พบว่า เด็กเป็นโรคสมาธิสั้นและตอนนี้มีอาการวิตกกังวลและมีภาวะซึมเศร้าเรื้อรัง
ตรวจเด็กเสร็จก็เชิญคุณพ่อเข้ามาเพื่อสรุปผลการตรวจและให้คำแนะนำ
พอบอกคุณพ่อว่าลูกต้องกินยาสมาธินะ คุณพ่อตาโตขึ้นมาทันที “อุแม่เจ้า! เป็นหนักถึงขนาดต้องกินยาเลยเหรอครับ? ผมคิดว่าปัญหาสมาธิสั้นเป็นเรื่องธรรมดา”
เลยต้องอธิบายกันยกใหญ่ว่า
1. โรคสมาธิสั้นในเด็กหลายคนไม่มีปัญหา แต่เด็กอีกหลายคนมีปัญหา
2. บางครั้งปัญหาที่สำคัญกว่าคือผลที่ตามมาจากการไม่มีสมาธิที่สำคัญคือการที่เด็กทำได้ไม่เต็มศักยภาพ ขาดความเชื่อมั่น มีปัญหาพฤติกรรม รวมทั้งโรควิตกกังวลและซึมเศร้า
3. เด็กที่มีปัญหาสมาธิสั้นมากๆ หากไม่ได้รับการรักษา ในที่สุดก็จะรู้สึกว่าตนเองล้มเหลว เกิดความรู้สึกด้อยกว่าเพื่อนๆ ขาดความเชื่อมั่น ขอย้ำ! หลายคนมีอาการเครียดกังวลและมีอารมณ์เศร้า
4. ปัญหาสมาธิสั้นที่ไม่รุนแรงก็ไม่ต้องกินยา แต่ถ้ามีปัญหาสมาธิมาก ลูกควรกินยาแล้วล่ะ
คุณพ่อถามว่า “ปรับพฤติกรรมก่อนไม่ได้เหรอครับ?
“Sorry นะคะ สายเกินไปแล้ว ใช้การปรับพฤติกรรมอย่างเดียวไม่ทัน เพราะเด็กอยู่ตั้ง ม. 2 แล้ว มันจะต้องใช้ทั้ง 2 อย่างควบคู่กันไปคือปรับพฤติกรรมร่วมไปกับยา สำหรับเด็กเล็กที่เพึ่งจะมีปัญหา เราสามารถใช้การปรับพฤติกรรมอย่างเดียวก็ได้”
🔴 เรียนรู้เรื่องโรคสมาธิสั้นจากหนังสือ “สร้างสมาธิให้ลูกคุณ” และบทเรียนออนไลน์ “เทคนิคดูแลลูกสมาธิสั้น”
🔴อ่านหนังสือ “ปัญหาการเรียนและเทคนิคช่วยให้ลูกเรียนดี”
จะได้เข้า study Group แก้ปัญหาการเรียนของลูก ไลฟ์ครั้งแรกเฉพาะกลุ่มนี้ในวันอาทิตย์ที่ 12 นี้