บทความสำหรับชีวิตคู่

เฉลย ข้อไหนไม่ควรห้าม? ยิ่งห้ามยิ่งยุ

ยิ่งห้ามยิ่งยุ

วันนี้มาเฉลย #ข้อไหนไม่ควรห้าม

คำถามที่ว่า “ข้อไหนไม่ควรห้าม?” ก่อนที่จะบอกคำตอบขออธิบายหลักการสักนิด…

1.หากสมาชิกในครอบครัวมีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม คุณไม่ควรปล่อยให้ทำพฤติกรรมนั้นไปเรื่อยๆ เพราะสิ่งใดที่ทำไปนานๆแล้ว จะหยุดได้ยาก

  1. การหยุดพฤติกรรมใดๆ ดีที่สุดคือ เจ้าตัวมีแรงจูงใจที่จะหยุดเอง (เพราะรู้ว่าสิ่งนั้นไม่ดีสำหรับตนเองหรือคนอื่น)
    พ่อแม่ควรห้ามลูก ภรรยาควรห้ามสามี (หรือสามีห้ามภรรยา) หากกำลังจะทำสิ่งที่ไม่ดี ไม่เหมาะไม่ควร
  2. การห้ามบางครั้งจะไม่ได้ผล ขึ้นอยู่กับกลไกของพฤติกรรมนั้น รวมทั้งวิธีการห้าม และจังหวะเวลาที่ไปห้าม

เฉลย

🚫ดูดนิ้ว
ถ้าห้ามอย่างหนักแน่นจริงจัง จึงจะได้ผล แต่ถ้าห้ามแบบทีเล่นทีจริง หรือห้ามๆปล่อยๆ ก็จะไม่ได้ผล และถ้าห้ามบ่อยๆโดยไม่ช่วยให้เด็กมีพฤติกรรมที่เหมาะสมมาแทน (เช่น ต่อเลโก้แทนดูดนิ้ว) เด็กจะยิ่งดูดนิ้วมากขึ้นเพราะเด็กจะรู้สึกว่าพอดูดนิ้วทีไรก็ได้รับความสนใจจากพ่อแม่ ในที่สุดการดูดนิ้วจะเป็นวิธีที่เด็กเรียกร้องความสนใจจากคุณ

🚫เอาแต่ดู YouTube หรือนอนดึกตื่นสาย
เรื่องนี้พ่อแม่มักพูด ดุ เตือนหรือตำหนิซ้ำๆ ซึ่งมักจะไม่ได้ผล คุณควรจะนั่งคุยกับลูกอย่างจริงจังว่าจะดู YouTube หรือเล่นเกมได้ช่วงไหน และนานเท่าไหร่ ควรเขียนตารางกิจวัตรประจำวันเพื่อลูกจะได้รู้ว่าแต่ละวันจะทำงานช่วงไหนและจะได้เล่นสนุกช่วงไหน เรื่องการเข้านอนก็เช่นเดียวกัน วัยรุ่นมักจะนอนดึก แต่คุณจะต้องกำหนดเวลาเข้านอนกับลูก ใส่ลงในตารางกิจวัตรประจำวันนั่นแหละ
คุณเตือนลูกบ่อยๆได้ตราบเท่าที่คุณไม่อารมณ์เสีย อย่าคาดหวังว่าเด็กจะทำตามตารางแต่โดยดี มันต้องมีประท้วงบ้างแหละ แต่ถ้าคุณจริงจังกับตารางเวลา ในที่สุดลูกก็จะร่วมมือกับคุณแน่นอน

🚫ขู่ว่าจะเอามีดแทงตัวเอง
ข้อนี้พ่อแม่หลายคนทำผิดโดยการเข้าไปห้ามในแบบตกใจร้องไห้ฟูมฟาย เช่นพูดว่า “อย่าทำนะลูก ถ้าลูกตายไปแม่จะอยู่กับใคร? ลูกไม่รักแม่แล้วหรือ?” อะไรทำนองนั้น
หากคุณห้ามแบบนั้น เด็กจะขู่แบบนี้อีกเมื่อเขาไม่พอใจ วิธีที่ดีที่สุดคือ ใจเย็น สงบ แล้วสะท้อนความรู้สึกของลูกในตอนนั้น เช่น “พ่อรู้ว่าลูกโกรธ มาคุยกับพ่อเถอะ” คุณแทบไม่ต้องไปห้าม action ที่จะแทงเลย การรับรู้ความรู้สึกของลูก เป็นวิธีที่ดีที่สุด มันจะทำให้ลูกรู้ว่าคุณเข้าใจเขา เขามีความหมายสำหรับคุณ ลูกจะวางมีดลงเอง เชื่อสิ

❎คนรักขอเลิก ไปหารักใหม่ข้อนี้ ห้ามห้ามเลยเชียวนะ!❎❎❎

ยิ่งห้ามยิ่งยุ

ภาษิตไทย “น้ำเชี่ยวอย่าเอาเรือไปขวาง” คือคำตอบ เวลาอีกฝ่ายไปพบรักใหม่ จะเกิด dopamine rush คือสารโดปามีนกระฉูด ต่อให้คุณห้ามเท่าไหร่ เขาก็ไม่ฟังหรอก (จะรู้สึก high คล้ายคนกำลังเสพยา)

จำ “มัทนะพาธา” พระราชนิพนธ์ในล้นเกล้า ฯ รัชกาลที่ 6 ได้ไหม?

ความรักเหมือนโรคา บันดาลตาให้มืดมน
ไม่ยินและไม่ยล อุปสรรคใดใด
ความรักเหมือนโคถึก กำลังคึกผิขังไว้
ก็โลดออกจากคอกไป บ ยอมอยู่ ณ ที่ขัง
ถึงหากจะผูกไว้ ก็ดึงไปด้วยกำลัง
ยิ่งห้ามก็ยิ่งคลั่ง บ หวนคิดถึงเจ็บกาย

นอกจาก dopamine rush ที่จะทำให้เขาไม่สนใจแล้ว การห้ามจะทำให้เขาต่อต้านและแข็งขืน เขาจะไปจากคุณเร็วขึ้นอีก เพราะตาม Reactance theory เขาจะรู้สึกว่าคุณกำลังไปจำกัด “อิสระภาพ-freedom” ในชีวิต ซึ่งเป็นสิ่งที่ยอมไม่ได้ เขาจะสู้คุณหัวชนฝาเลยหละ แล้วความสัมพันธ์อาจจะไม่มีทางเยียวยา

❌ ข้อ จ. นี้แหละ คือ must not อย่าหาทำเลยทีเดียว!

ปล. อยากเข้าใจเทคนิครักษาความรัก อ่าน “สร้าง EQ ให้ชีวิตคู่” และ “นอกใจ เจ็บเจียนตาย ยังไงก็รอด”
อยากรู้วิธีทำตารางเวลา และจัดการพฤติกรรมของลูก อ่าน “สร้างวินัยให้ลูกคุณ”
อยากรู้วิธีสะท้อนอารมณ์ของลูก อ่าน “สร้าง EQ ให้ลูกคุณ”
อยากรู้วิธีเลี้ยงลูกให้เติบโตขึ้นไปดี เรียนหลักสูตรออนไลน์ “เลี้ยงลูกใหม่ปั้นให้ดี”

Similar Posts