พ่อแม่ไม่มีเวลาให้ลูก

ไม่มีเวลาให้ลูก
สิ่งที่เกิดขึ้นในปัจจุบันนั้น คือการไม่มีเวลากับลูก ส่วนใหญ่พ่อกับแม่จะทำหน้าที่หาเงินในเวลาเดียวกัน
จึงอาจจะทำให้เกิดปัญหา หาคนมาเลี้ยงลูกในเวลาที่พ่อแม่ต้องไปทำงาน และแม้ทางทฤษฎี ที่แบ่ง
เวลาออกเป็น 3 ส่วน ทํงาน นอน เวลาว่าง อย่างละ 8 ชั่วโมง แต่เอาเข้าจริง ไปทำงานไม่ใช่ 8
ชั่วโมงค่ะ บวกเพิ่มอีกชั่วโมงคือกินข้าว และบวกเพิ่มอีก 30 นาที – 4 ชั่วโมง ในการเดินทางไปทำงาน
แน่นอนว่า 3 ส่วนนี้ไม่มีทางเท่ากันค่ะ
อาจารย์ได้อ่านข่าวที่ลูกตำรวจขายยาบ้าแล้วก็อดสะเทือนใจไม่ได้ หนังสือพิมพ์บรรยายว่า
“ลูกชายร่ำไห้กราบขอโทษแทบเท้า ขณะที่ผู้เป็นพ่อน้ำตาร่วง”
สำหรับคนที่เป็นพ่อแม่แล้ว ไม่มีอะไรที่จะทำให้เสียใจได้เท่ากับการที่ลูกเดินทางผิด
หลายปีมาแล้ว ภรรยานายตำรวจใหญ่ท่านหนึ่งมาปรึกษาด้วยปัญหาลูกชายวัยรุ่นเกเรและหนีเรียน นายตำรวจท่านนี้ได้ชื่อว่าเป็นข้าราชการตงฉิน อุทิศตัวเพื่อประชาชน ตอนหนึ่งคุณแม่ถามว่า
“คุณหมอคะ ทำไมคุณพ่อของเขาเป็นคนที่สัตย์ซื่อ ขยันทำงาน นึกถึงคนอื่น แต่ลูกกลับโกงข้อสอบ ขี้เกียจและเห็นแก่ตัว? ทำไมลูกไม่รับนิสัยดีๆมาจากพ่อเลย? ลูกกลายเป็นคนแปลกหน้าที่เราไม่รู้จัก”
…..ฟังแล้วก็รู้สึกเห็นใจเป็นอย่างยิ่ง
คำถามนี้หาคำตอบได้ไม่ยาก คำตอบก็คือพ่อไม่มีเวลาให้ลูกนั่นเอง นายตำรวจท่านนี้ทำงานหามรุ่งหามค่ำ กลับบ้านดึก เสาร์อาทิตย์ก็ไม่มีเวลา ต้องออกไปตรวจงานตามที่ต่างๆ อาจารย์นึกภาพบ้านนี้ได้ไม่ยาก เพราะสมัยที่อาจารย์ยังเด็ก คุณพ่อรับราชการตำรวจ ท่านก็นั่งทำงานที่กรมตำรวจจนดึกดื่นเที่ยงคืน คุณพ่อไม่ค่อยมีเวลาให้ลูกๆ คุณแม่เป็นคนเลี้ยงเราเป็นส่วนใหญ่ อาจารย์ยังสงสัยเลยว่า ทำไมลูกบ้านเรานี้รอดมาได้แม้พ่อไม่ค่อยมีเวลา (ถึงตรงนี้อยากหัวเราะ 555 ว่า รอดมาแบบหวุดหวิด คงเป็นเพราะมีความเข้มแข็งในตนเอง และสงสารพ่อที่ทำงานเหนื่อย ไม่อยากทำให้เสียใจ)
คนเราจะเติบโตขึ้นมาได้ดีก็ต้องเห็นแบบอย่างที่ดีด้วย ถ้าเราไม่มีพิมพ์เขียวที่ดีเราจะสร้างตึกได้อย่างไร? ถ้าเราไม่มีเข็มทิศที่ดี เราจะเดินไปถูกทิศได้อย่างไร?
พ่อแม่คือแม่พิมพ์และเข็มทิศชีวิตของลูก
เวลาสำคัญอย่างไร?
การใช้เวลากับลูกเป็นไปเพื่อวัตถุประสงค์หลายอย่าง แต่อาจารย์คิดว่าที่สำคัญที่สุดมี 2 ข้อ
- เวลาเพื่อเชื่อมโยงผูกพัน
- เวลาเพื่อสอดส่องดูแล
สำหรับข้อแรก การเชื่อมโยงผูกพันเป็นกลไกสำคัญที่ทำให้พ่อแม่สามารถถ่ายทอดสิ่งดีๆ ให้ลูก และลูกได้มีโอกาสซึมซับสิ่งดีๆจากพ่อแม่ ส่วนข้อที่ 2 การสอดส่องดูแลเป็นการป้องกันปัญหา เป็นการตรวจสอบชีวิตว่าอยู่ในทิศทางที่ถูกต้องเหมาะสมหรือไม่ และจะได้แก้ไขหากมีอะไรไม่ชอบมาพากล พ่อแม่ต้องมีเวลาตรวจสอบว่า ลูกทำอะไร คบเพื่อนแบบไหน ชีวิตส่วนตัวเป็นอย่างไร การเรียนการงานเป็นอย่างไร
การศึกษา National longitudinal study of adolescent health ในวัยรุ่นอเมริกัน 90,000 คน พบว่าการสอดส่องดูแล (supervision) เป็นสิ่งที่จำเป็นมากโดยเฉพาะในวัยรุ่นตอนต้น เด็กที่พ่อแม่สอดส่องดูแลในระดับสูงจะมีผลการเรียนดีกว่าและมีพฤติกรรมเสี่ยงน้อยกว่าเด็กที่ได้รับการสอดส่องดูแลในระดับต่ำ การวิจัยนี้ให้คำแนะนำว่า supervision ระดับสูงเป็นสิ่งที่ดีสำหรับวัยรุ่นทั้งหญิงและชาย หาก supervision ต่ำเด็กจะมีปัญหามาก โดยเฉพาะมีพฤติกรรมเสี่ยงทางเพศ ใช้สารเสพติด ก้าวร้าวเกเรและทำผิดกฎหมาย
เวลาเป็นสิ่งที่หาซื้อไม่ได้ ดังนั้นจึงเป็นสิ่งที่มีค่าที่สุดที่จะให้แก่คนที่เรารัก พ่อแม่จำนวนมากให้เงินทองวัตถุแทนเวลา
ก็เลยต้องหลั่งน้ำตาในที่สุด..
อ่านหนังสือ “สร้างวินัยให้ลูกคุณ” และเรียนบทเรียนออนไลน์ “เลี้ยงลูกใหม่ปั้นให้ดี”