สร้างความยืดหยุ่นทางอารมณ์ให้ลูกของคุณ
Overview
ผู้สอน : ศ.พญ. อุมาพร ตรังคสมบัติ
ระยะเวลา : 9.58 นาที
คำอธิบาย : ความยืดหยุ่น (flexibility) ของความคิดและการปรับตัว เป็นสิ่งที่จะทำให้เราใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุข คุณสามารถฝึกลูกให้มีความยืดหยุ่นได้ด้วยเทคนิค 3 ข้อ
เหมาะกับ : ครอบครัว
Transcript
มีเรื่องหนึ่งที่เราจะต้องหัดลูกให้ได้นะคะ ก็คือเรื่องการมีความยืดหยุ่น ความยืดหยุ่นนี่ในภาษาอังกฤษเรียกว่า flexibility นะคะ ในที่นี้หมายถึง การที่คนเราจะสามารถปรับเปลี่ยน ได้ตามสถานการณ์นะคะ เรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญมากเพราะว่า ในชีวิตของคนเราเนี่ยบางที แผนที่เราวางเอาไว้เนี่ยมันไม่ได้เป็นตามนั้นนะคะ หรือไม่ก็บางทีมีบางสิ่งบางอย่าง ที่เราต้องทำแต่เราทำไม่ได้ เราไม่มีความยืดหยุ่นพอ ขอยกตัวอย่างเช่น เราวางแผนว่าจะออกไปเที่ยวข้างนอก แต่เสร็จแล้วฝนตก เราจะมีความยืดหยุ่นพอที่จะ รีแล็กซ์สบายใจ ยอมรับได้ว่าฝนตกแล้วไม่หงุดหงิดใจ แล้วก็หากิจกรรมอื่นแทนไหม หรือไม่ก็บางทีมีงานบางอย่างที่เราจะต้องไปทำแทนคนอื่น ทั้งๆเราไม่เคยทำและเราก็ไม่อยากทำด้วย เราจะยืดหยุ่นพอที่จะทำมั้ย เรื่องนี้ก็เคยเจอปัญหาอย่างนี้นะคะ ในครอบครัวนึง คุณแม่เป็นคนที่จะต้องทำกับข้าว เลี้ยงลูกทำความสะอาดบ้าน แล้วบังเอิญคุณแม่ไม่สบาย พ่อจะต้องมาทำแทน โหพ่อ upset โมโหมากเลย หงุดหงิดใจงุ่นง่านมาก เพราะว่าตัวเองเนี่ย ไม่อยากจะทำงานบ้าน ก็เลยเป็นเรื่องยุ่งยากมาเลย ไม่มีความยืดหยุ่นในบทบาท พูดง่ายๆนะคะ เป็นพ่อเคยขับรถไปสำนักงานทำงานเช้าเย็นกลับ แล้วกลับมาถึงบ้านก็มีกับข้าวเตรียมเอาไว้ แต่พอถึงเวลาที่จะต้องมาทำบ้างเนี่ย ก็ไม่ยืดหยุ่นพอ ก็ทำให้เขาหงุดหงิดใจไม่มีความสุขนะคะ การมีความยืดหยุ่นไม่ได้หมายความว่า เราจะรับสถานการณ์ ทุกอย่างอย่างยิ้มแย้ม เมื่อวันก่อนอาจารย์ไปต่างประเทศแล้ว ขากลับเนี่ยบังเอิญเครื่องบิน นักบินเขาประท้วงนะคะ เขาไม่ยอมบินก็เลยทำ ให้ต้องหาไฟท์จากสายการบินอื่น แทนแล้วก็ ต้องรออยู่ที่สนามบินตั้งร่วม 10 ชั่วโมงนะคะ อาจารย์ก็หงุดหงิดใจนะคะที่ไม่ได้ไปตาม ตารางที่กำหนด ต้องมาเสียเวลารออยู่ตั้ง 10 ชั่วโมง แล้วหาตั๋วเครื่องบินใหม่ แรกๆก็โกรธสายการบินนะคะ ว่าทำไมทำอย่างนี้ไม่แจ้งเราล่วงหน้า แต่ว่าความโกรธนั้นไม่ได้อยู่นาน ความหงุดหงิดไม่ได้อยู่นาน เพราะว่ารู้ว่า โอเคสถานการณ์นี้มัน เปลี่ยนแปลงไม่ได้ มันจำเป็นที่จะต้องรอ เราก็หาสิ่งอื่นที่จะทำให้เรา ปรับตัวได้อยู่ได้ สามารถมีความสุขกับ สิ่งที่เกิดขึ้นนี่คือความยืดหยุ่นคะ อาจารย์ก็หาหนังสือมาอ่าน แล้วก็นั่งเขียนงานที่จะต้องเขียนทำ powerpoint ที่จะต้องอบรมอะไรทำนองนี้นะคะ ในที่สุดเวลาผ่านไปแล้วเราก็ได้กลับบ้านช้าหน่อย แต่เราก็โอเค ถ้าเราไม่มีความยืดหยุ่นพอเนี่ย มันจะทำให้เราต้อนรับสถานการณ์ ที่เราไม่คาดคิดด้วยความหงุดหงิดใจ ด้วยความทุกข์ใจแล้วเวลาคนเรามีความทุกข์ใจอย่าลืม เราพูดถึงเรื่องเรามี negative emotion หรืออารมณ์เชิงลบแล้วอารมณ์เชิงลบ นี้ก็ทำให้เราแก้ปัญหาไม่เก่งทำให้เรา ไม่มีความคิดสร้างสรรค์ทำให้โลกทัศน์ของเราแคบลง ทำให้ระบบของเราตึงเครียด เพราะฉะนั้นการมีความยืดหยุ่นจึงเป็นเรื่องที่ดีมาก เอาละคุณจะจะสอนความยืดหยุ่นให้กับลูกได้ยังไง สอนโดยทัศนคติของคุณเป็นอันดับแรกเลยนะคะ นั่นหมายความว่าในชีวิตประจำวันเนี่ย คุณต้องมีทัศนคติยืดหยุ่น และต้อนรับประสบการณ์ต่างๆ ที่ไม่คาดคิดในมุมมองเชิงบวก เช่นถ้าสมมุติว่า คนเขานัดคุณนัดครอบครัวออกไปทานข้าวแล้วเสร็จแล้ว เขาโทรศัพท์มายกเลิกนัด ลูกๆก็เตรียมตัวแล้ว แทนที่คุณจะพอรับโทรศัพท์ เสร็จวางหูแล้วคุณก็โกรธโมโหว่าดูซิอุตส่า อย่างโน้นอย่างนี้เตรียมตัวแล้ว ไม่ได้ไปอะไรอย่างนี้ คุณมีทัศนคติโอเคกับปัญหาที่เกิดขึ้น คุณไม่โกรธคุณไม่อารมณ์เสีย อาจจะโกรธได้นิดหน่อยอารมณ์เสียได้นิดหน่อย แต่ไม่ได้มากเกินไปแล้วคุณก็สามารถ ที่จะ time down หรือสงบได้อันนี้คุณกำลังสร้าง ทัศนคติที่จะต้อนรับประสบการณ์ ไม่ว่าลบหรือบวกฉันรับได้ทั้งนั้น อันนี้คุณกำลังสร้างความยืดหยุ่นและความเข้มแข็งให้กับลูกนะคะ
เพราะฉะนั้นทัศนคติที่คุณแสดงออกในชีวิตประจำวัน ในเหตุการณ์ต่างๆจึงเป็นเรื่องสำคัญมากอันที่หนึ่ง อันที่สองคุณสอนลูกเกี่ยวกับการมีแผนที่สองคะ การมีแผนที่สองก็เป็นเรื่องสำคัญมันเป็น กลยุทธที่จะทำให้เรา สามารถรับมือกับเหตุการณ์อะไรก็ได้ ในแบบที่ไม่เขาเรียกว่าจวนตัวเกินไปนะคะ เพราะว่าถ้าเราไม่มีแผนเอาไว้บางทีพอถึงเวลาจริงๆแล้ว เราก็อาจจะเสียเวลาเสียหลายสิ่งไป เพื่อที่จะค้นหาว่าแผนที่สองคืออะไรนะคะ แผนที่สองก็ยกตัวอย่างเช่น คุณบอกลูกว่าพรุ่งนี้เราไปเที่ยวสวนสนุกกัน นี่คือแผนที่หนึ่งใช่มั้ยคะ แต่พ่อดูแล้วว่าตอนนี้เป็นหน้าฝนๆอาจจะตก ถ้าฝนตกเราจะทำขนมกินกันที่บ้านนะลูก นี่คือแผนที่สอง มีแผนที่หนึ่งว่าจะทำสิ่งใดๆก็ตาม แล้วมีแผนที่สองเผื่อเหตุการณ์ไม่ได้เป็นไปตามที่คาดหวังนะคะ การที่มีแผนที่สองจริงๆแล้วคือ การมีทักษะการวางแผนล่วงหน้านะคะ แล้วมันเป็นทักษะแก้ปัญหาด้วยนะคะ ปัญหาที่หนึ่งมันไม่ทะลุทะลวงจะแก้ปัญหายังไง ก็โดยการมีแผนการอันที่สองขึ้นมา ถ้าคุณหัดวางแผนที่สองนะคะ มันก็จะทำให้ลูกสามารถที่จะมีกระบวนการวางแผนล่วงหน้า เพื่อจะเตรียมแก้ปัญหาได้เก่งพอนะคะ พอเวลาเขาเจอสถานการณ์อะไรก็ตามที่มันไม่ได้เป็นไปตามที่เขาคิด เขาจะไม่ up set ไม่หงุดหงิดมากเกินไปไม่เสียกำลังใจมาก เพราะเขาสามารถที่จะมีแผนที่สอง มาทดแทนแล้วมันก็ดีพอๆ หรือบางทีอาจจะดีกว่าแผนที่หนึ่งก็ได้ อันที่สามที่จะช่วยเขาก็คือ การหัดมองสิ่งต่างๆในเชิงบวก บางทีคนเราก็ต้องหาเขาเรียกว่าค้นหานะคะ เหมือนอย่างนักขุดทองใช่มั้ยคะไปร่อนทอง ต้องคอยดูเศษอิฐเศษหินอย่างละเอียดว่ามันจะมี ชิ้นทองอยู่หรือป่าวนะคะ บางทีชีวิตของคนเราต้องหัดค้นหาสิ่งบวกๆที่เกิดขึ้นนะคะ เพราะว่าถ้าเราไม่หัดค้นหาสิ่งบวกแล้วมันก็จะทำให้ รู้สึกแย่นะคะแล้วรู้สึกชีวิตมันไม่มีความหมายมันไม่มีอะไรดี แล้วชีวิตของหลายคนบางทีมันก็ไม่ค่อยมีอะไรดีเกิดขึ้น หาของบวกๆยาก แต่จริงๆแล้วถ้าหาให้ดีมันมีทั้งนั้นนะคะ เมื่ออาจารย์ต้องเครื่องบินไปไม่ได้ ดีเลย์ไปต้องเปลี่ยนสายการบินนะคะ มันก็มีสิ่งบวกเกิดขึ้นนะคะ ในการเดินทางครั้งนั้นจริงๆแล้ว เราควรเดินทางแค่ 12 ชั่วโมงเท่านั้น แต่มันกลายเป็น 24 ชั่วโมง สิ่งบวกที่เกิดขึ้นก็คือว่า ในขณะที่พวกเราคนไทยจะต้องกลับประเทศไทย อาจารย์ก็ไปเจอคนงานที่ไปทำงานต่างประเทศ แล้วบังเอิญเขาพูดภาษาอังกฤษไม่เป็น ด้วยการที่เราต้องมามีปัญหาในเรื่องของการเปลี่ยนตั๋ว ก็ได้มีโอกาศช่วยคนงานที่พูดภาษาอังกฤษไม่เป็น แล้วก็ติดต่อเป็นล่ามให้เค้า เพื่อให้เค้าได้มีโอกาศเปลี่ยนตั๋วด้วย ได้รับคูปองตามที่สายการบินจัดให้นะคะ ซึ่งอันนั้นอาจารย์คิดว่าเป็นสิ่งที่ดีมากเลย แล้วก็พอมองย้อนกลับไปอาจารย์ก็คิดว่า มันมีคุณค่ามากกว่าการที่อาจารย์มากลับบ้านตรงเวลาด้วยซ้ำ การที่ได้มีโอกาศที่จะได้เอื้อเฟื้อช่วยเหลือคนอื่น ให้เค้าไม่ต้องลำบากมากนะคะ ถ้าเราไม่ได้เจอกันตอนนั้นเขาอาจจะมีปัญหา บางอย่างเกิดขึ้นก็ได้ อันนี้เป็นการหัดมองสานการณ์เชิงบวกนะคะ คุณต้องสอนลูกว่า ในสิ่งลบๆที่เกิดขึ้น มองดูดีๆนะลูกมันมีของบวกเกิดขึ้นด้วย ถ้าเพียงแต่เราจะหัดมอง แล้วนี่คือวิธีที่จะสร้างกำลังใจให้กับตัวเอง สร้างความหวังวิธีค้นหาสิ่งดีๆในชีวิต ชีวิตเราไม่ได้ราบเรียบ เส้นทางโรยด้วยกลีบกุหลาบ วันนึงเมื่อเราไม่อยู่ลูกเราต้องอยู่ด้วยตัวของเขาเอง เขาควรที่จะต้องหัดค้นหากลีบกุหลาบที่หล่นอยู่ข้างทาง ที่มันรกรุงรังด้วยก้อนหินนะคะ มันก็จะมีกลีบกุหลาบอยู่ได้บ้างนะคะ หัดให้ลูกค้นหาสิ่งดีๆ หัดให้ลูกมีความยืดหยุ่น หัดให้ลูกมีแผนสอง เป็นตัวอย่างในการับมือกับสถานการณ์ต่างๆในเชิงบวก นี่คือการสร้างความเข้มแข็งให้เกิดในชีวิตของลูกนะคะ
.
Reference
None
Downloadable
เนื้อหาดาวโหลดนี้สำหรับสมาชิกรายปีเท่านั้น หากท่านเป็นสมาชิกอยู่แล้ว ท่านสามารถเข้าสู่ระบบได้ตามลิ้งนี้ เข้าสู่ระบบ. หากท่านไม่ได้เป็นสมาชิก ท่านสามารถสมัครสมาชิกได้ที่ลิ้งต่อไปนี้ สมัครสมาชิก.