สอนลูกคิด-วิเคราะห์
Overview
ผู้สอน : ศ.พญ. อุมาพร ตรังคสมบัติ
ระยะเวลา : 12.05 นาที
คำอธิบาย : สิ่งที่ต้องพัฒนาในเด็กไทยอย่างเร่งด่วน คือ ทักษะการคิด-วิเคราะห์ มีเคล็ดลับ 3 ข้อ ที่จะช่วยพัฒนาให้ลูกของคุณ คิด-วิเคราะห์ได้เก่งขึ้น
เหมาะกับ : ครอบครัว
Transcript
ปัญหาอีกอย่างหนึ่งของเด็กไทยที่อาจารย์บ่อยนะคะ คือการที่เด็กไทยคิดวิเคราะห์ไม่ค่อยเป็นค่ะ อันนี้คิดว่าเป็นเพราะว่าพ่อแม่สั่งเยอะไป หรือพ่อแม่คอยจัดการ ดูแลให้ทุกอย่างเรียบร้อย เลยไม่ค่อยเกิดปัญหา ในชีวิตแล้วก็เลยคิดวิเคราะห์เพื่อจะแก้ปัญหาก็ไม่เป็นนะคะ เอาละ วิธีที่จะจัดการก็คืออย่าสั่งลูกเยอะนะคะ เลือกสั่งเฉพาะเรื่องสำคัญ อย่าทำทุกอย่างให้มันเรียบร้อยจนกระทั่งไม่เกิดปัญหาในชีวิตเลย เพื่อเด็กจะได้คิดวิเคราะห์แก้ปัญหาเป็นบ้างนะคะ สาเหตุอีกอันหนึ่งของการที่ทำให้ เด็กคิดวิเคราะห์ไม่ค่อยเป็นนะคะ ก็คือการที่ชีวิตทุกวันนี้มีแต่ความรีบเร่งนะคะ เด็กตื่นเช้ามาปุ๊บก็ต้องรีบไปโรงเรียน แล้วก็การบ้านก็เยอะมากกว่าจะเข้านอนก็สามสี่ทุ่ม ชีวิตไม่ได้ทำอะไรเลยนะคะ ก็เลยไม่ได้มีช่วงเวลาที่จะได้คิดวิเคราะห์ แก้ปัญหา วางแผน หรือเวลาพูดคุยกัน ที่จะเสริมสร้างกระบวนการคิด เวลาในชีวิตประจําวันหมดไปกับการ ตื่นเช้าไปโรงเรียนและจัดการกับการบ้าน แล้วก็เข้านอนนะคะ อันนี้ก็เป็นภาวะของ ชีวิตในสมัยใหม่นะคะ เลยทำให้เกิดผล ที่อาจารย์เจอบ่อยๆก็คือ เด็กแม้จะเรียนหนังสือได้เกรดสี่นะคะ หรือไม่ก็ อยู่ในห้อง gifted นะคะ แต่คิดไม่เคยเป็นนะคะ เขาจําหนังสือได้เขาท่องหนังสือได้ เค้าคิดโจทย์เลขได้แต่เขาคิดวิเคราะห์ ในชีวิตประจำวัน เขาคิดวิเคราะห์ แก้ปัญหาไม่เป็นคะ ก็เป็นอะไรที่น่าแปลกใจมากมันเหมือนกับความสามารถ ในการคิดวิเคราะห์มันทำไม่ได้ แต่ท่องหรือสือแล้วได้เกรดดีนะคะ อันนี้ก็เป็นผลเสียสำหรับลูกนะคะ เราอยากให้เด็กเติบโตมาแล้วมีความก้าวหน้า ทางความคิดที่มันรอบด้านหลากหลาย ไม่ใช่เก่งเฉพาะในห้องเรียนเท่านั้น ถ้าอย่างนั้นจะทำยังไง ก็ขอแนะนำเทคนิคสองสามอย่างนะคะ อันแรกก็คือคุยกับลูกเยอะขึ้นนะคะ การคุยกับลูกเป็นเรื่องสำคัญมาก เพราะว่าในเวลาที่คุณคุย คุณก็จะได้บอกไอดียของคุณ คุณจะได้เล่าเรื่องเล่าประสบการณ์ของคุณ เราไม่คุยกันว่า เสาร์อาทิตย์นี้เราจะไปซื้ออะไร หรือเราจะไปห้างไหนนะคะ แต่เราคุยกันเรื่องจิปาถะเกี่ยวกับชีวิต ประจำวันเกี่ยวกับปัญหาที่เกิดขึ้น พ่อแม่อาจจะเล่าปัญหาบางอย่างที่ที่ทำงาน และพ่อแม่ก็เล่าว่าพ่อแม่แก้ปัญหายังไง พ่อแม่อาจจะถามลูกว่าที่โรงเรียนเป็นยังไง ชวนลูกคุยคุยแบบสนุกไม่ใช่คุยกับเช็คว่า ลูกเรียบร้อยดีไหมไปทำอะไรที่เป็นเรื่อง เสียมาหรือเปล่านะคะ คุยแบบสนุกคุยแบบเป็นกันเอง แต่สอดแทรกวิธีคิดวิเคราะห์ลงไปนะคะ อ้อ ท่ายังงั้น เอ้เราจะแก้ปัญหายังไง เออใช่วิธีที่ดีกว่ามั้ย อันนี้เป็นการเสนอไอเดียหลากหลายให้คุณเลือกนะคะ อย่าเพียงคุยกับลูกสองสามประโยค ที่คนส่วนใหญ่คุยนะคะ คือ ตื่นเช้ามาก็ถามบอกว่า แต่งตัวเสร็จหรือยังกินข้าวหรือยัง แล้วพอตอนเย็นมาก็ถามบอกทำการบ้านเสร็จหรือยัง เข้านอนได้แล้ว นี่ไม่ใช้การพูดคุยนะคะมันเป็นการ เช็คว่าทำเรียบร้อยหรือเปล่าซึ่งก็เป็นของที่จำเป็น แต่ถ้าคุณทำเพียงแค่นั้น แล้วก็ไม่ได้ใช้เวลาที่จะพูดคุยในเรื่องอะไร ที่มันมีความลึกซึ้งมากกว่านั้น ความคิดของลูกก็จะไม่แตกยอดไปนะคะ เทคนิคง่ายๆอันที่สองก็คืออ่านหนังสือด้วยกันกับลูกคะ อันนี้สำหรับเด็กในวัยประถมนะคะ อนุบาลกับประถม อันนี้เป็นเทคนิคที่ก็อยากจะแนะนำให้พ่อแม่ใช้นะคะ พ่อแม่หลายบ้านเนี่ยให้ลูกซื้อนิทาน ให้ลูกซื้อการ์ตูน แต่ว่าไม่ได้มีการอ่านด้วยกัน แล้วก็มีการมาคิดวิเคราะห์ด้วยกันว่าเนื้อหา ที่อ่านมันเป็นอะไรนะคะ นิทานกับการ์ตูนไม่ใช่ สิ่งที่เป็นปัญหาเท่าไหร่หรอกคะ แต่กระบวนการในการอ่านนี่เป็นเรื่องสำคัญ ถ้าเด็กอ่านคนเดียวเด็กก็คิดได้นิดเดียว ขอแนะนำว่าอ่านไปกับลูกนะคะ อ้อ คุณพ่อก็อยากอ่านเรื่องนี้เหมือนกัน สมมุติว่าเด็กชอบอ่านเรื่องโคนัน เออโคนันก็มีวิธีสืบอะไรตั้งหลายอย่างใช่มั้ยคะ เราก็สามารถที่จะคุยกับลูกได้ว่า เออถ้าเขาใช้วิธีนี้คนนั้นใช้วิธีนี้ เออถ้าเป็นพ่อๆจะสืบแก้ปัญหาได้ยังไง แล้วถ้าเป็นลูกๆจะคิดว่าจะทำอะไรต่างไปจากเขา อันนี้ก็เป็นการที่เอาเนื้อเรื่องมา แล้วก็เรามีการพูดคุยกันเสนอไอเดียบางอย่าง มันก็เป็นการหัดให้คิด ถ้าเป็นเด็กเล็กอย่างเช่นเราคุยกันเรื่องนิทานเรื่อง หนูน้อยหมวกแดง ถูก หมาป่าเจ้าเล่ห์หลอกเอา ก็ คุณแม่่ก็จะถามว่าเออทำไมหนูน้อยหมวกแดงเค้า ถึง นึกได้ว่านี่ไม่ใช่คุณย่าคุณยายของเค้า ทำไมเขานึกได้ว่านี่เป็นหมาป่าละ อะไรทำนองนี้นะคะ ช่วยให้เด็กหัดคิดว่ามันเกิดอะไรขึ้นนะ ทำไมเป็นสิ่งนั้นทำไมเป็นสิ่งนี้ แทนที่จะอ่านเพื่อความสนุกอย่างเดียวนะคะ จริงๆแล้วการอ่านหนังสือกับลูก นี่ก็เป็นอะไรที่ดีมาก เป็นการใช้เวลาเชิงบวกด้วยกันนะคะ เป็นการสร้างสัมพันธภาพ เป็นการหัดให้ลูกรู้สึกสนุกในการอ่านหนังสือด้วย แล้วจริงๆแล้วความรักในการอ่านนการเรียนรู้เนี่ย
เป็นสิ่งสำคัญมากในการที่จะช่วยให้เด็กพัฒนาไปได้ดี มันเป็นคุณลักษณะชีวิตหนึ่งข้อ ในสี่สิบกว่าข้อที่ต้องสร้างให้เกิดขึ้นในตัวเด็กนะคะ
จากแนวคิดในเรื่องของ positive development หรือการพัฒนาเชิงบวก ที่ ตอนนี้ก็เป็นที่นิยมกันว่าเป็นทิศทางในการพัฒนาเด็ก เรื่องนี้อาจารย์จะเล่าในครั้งต่อไปนะคะ ขอกลับมาที่เรื่องหนังสือที่อ่านก่อน หนังสือที่อ่านก็จะต้องเลือกนะคะ นิทานเป็นเรื่องดีสำหรับเด็กนะคะ เลือกนิทานที่แสดงถึงความ กระตือลือล้น ความอดทน ความมุมานะ ความมีน้ำใจ ความรับผิดชอบ การเอื้อเฟื้อนะคะ เลือกนิทานที่เป็นในเรื่องของผู้คน ในเรื่องของสัตว์นะคะ ก็เป็นอะไรที่ทำให้เด็กได้เกิดความรู้สึกตามมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็กที่เป็นออทิสติกนะคะ เด็กพวกนี้ไม่ค่อยเข้าใจความรู้สึกของคน เพราะฉะนั้นถ้าเราเลือกนิทานที่เกี่ยวกับคน มันก็จะทำให้เด็ก เกิดความเข้าใจในเรื่องของความคิดนึก ของคน เข้าใจจิตใจของคนได้ดีขึ้น แทนที่จะเป็นนิทานที่เป็นหุ่นยนต์นะคะ อย่างนั้นก็ไม่ค่อยจะมีประโยชน์สำหรับ เด็กออทิสติกเท่าไหร่ สำหรับเด็กทั่วไปก็เหมือนกันนิทานเป็นของดี เรื่องการ์ตูนถามว่าดีไหมการ์ตูนก็เป็นของดีค่ะ แต่อย่าหยุดอยู่เพียงที่การ์ตูนเท่านั้น มีเด็กหลายคนขึ้นมัธยมแล้วก็ยัง อ่านการ์ตูนไม่เคยก้าวหน้าไปอ่านอย่างอื่นเลย จริงๆแล้วตอนประถมปลายเนี่ย ควรจะต้องอ่านสิ่งที่เรียกว่าวรรณกรรมเยาวชนนะคะ วรรณกรรมเยาวชนแตกต่างจากการ์ตูน การ์ตูนเป็นถ้อยคำสั้นๆไม่ค่อยได้ให้ภาพที่ลึกพอ เกี่ยวกับความรู้สึกนึกคิดของคน ไม่ค่อยมีการเล่าเรื่องนะคะ เพราะฉะนั้นเด็กที่อ่านการ์ตูนอย่างเดียวเนี่ยจะ เขาเรียกว่าติดลบนะคะ แทนที่จะมีการพัฒนาของภาษา ที่มันสละสลวยสามารถเล่าเรื่องได้ เค้าก็จะไม่พัฒนาเรื่องนี้ แทนที่จะเข้าใจความรู้สึกนึกคิด หรือกระบวนการที่ที่ลึกซึ้งขึ้นเขาก็จะไม่เข้าใจ เพราะฉะนั้นพ่อแม้ควรจะต้อง เริ่มใส่ในเรื่องของวรรณกรรมเยาวชนเข้าไป ในชั้นประถมปลายนะคะ มัธยมก็ควรจะอ่านเรื่องอะไร ที่เป็นสารคดีเรื่องอะไรที่มันเกี่ยวกับ ประวัติศาสตร์ สิ่งเหล่านี้ทำให้เกิดความเข้าใจ ในมนุษย์ชาติในการเรียนรู้การผิดพลาดแต่ก่อนมา ประวัติศาสตร์ของเราสอนอะไรหลายอย่างนะคะ แต่ที่สำคัญมากก็คือ การที่อ่านหนังสือที่มีเนื้อความพรรณานะคะ หรือมีเนื้อความแบบ descriptive คือเล่าเรื่องเหตุการณ์ มีการเชื่อมโยงเหตุการณ์ มันจะทำให้เด็กเกิดภาษาที่สละสลวย และความสามารถในการที่จะเล่าเรื่องบรรยาย พรรณา เป็นสิ่งที่จำเป็นมากในการเรียนขั้นสูงค่ะ เวลาอยู่ชั้นมัธยม เด็กก็จะต้องหัดที่จะเขียน รายงานใช่ไหมคะ ทำโครงงาน เด็กหลายคนอาจจะต้องเขียนเรียงความ แล้วหลายคนเมื่อเขียนเรียงความเก่ง ก็ข้อสอบได้ทุนนะคะ เพราะทุนเยอะมากที่จะต้องเขียนเรียงความ ที่มีเนื้อความที่ดีพอ ในสมัยที่อาจารย์เป็นนักเรียนนะคะ อาจารย์ก็เขียนเรียงความและได้รับรางวัล ก็เลยได้ทุนไปต่างประเทศนะคะ อันนี้ก็เป็นของที่เราสามารถส่งเสริมลูกๆได้นะคะ ให้หัดเขียนหัดแต่งเรื่องให้ได้ดีพอแต่นั่นก็ต้อง มาเริ่มต้นโดยการที่ หัดอ่านในสิ่งที่มีเนื้อความพรรณนานะคะ จริงๆแล้วในการทำข้อสอบเมื่อตอนโตขึ้น เช่นมัธยมหรือมหาวิทยาลัยก็ตาม ข้อสอบส่วนใหญ่เป็นข้อสอบอัตนัย คือข้อสอบที่ให้บรรยาย แล้วจากที่ได้สอนนิสิตปริญญาตรีโทเอกมา รวมทั้งการสอบวุฒิบัตรแพทย์ผู้เชี่ยวชาญสาขาต่างๆ อาจารย์ก็พบว่า เด็กไทยของเรานะคะ มีปัญหาในเรื่องของการเขียนพรรณนา เล่าเรื่องเล่าความคิด เชื่อมโยงเหตุและผลได้ไม่ดีพอคะ สิ่งนี้ถ้าเกิดเราได้หัดลูกในการอ่านหนังสือตั้งแต่ตอนเล็ก ก็จะเป็นอะไรที่ช่วยลูกได้มากเลย ข้อสามสำหรับการที่จะสอนลูกให้รู้จักคิดวิเคราะห์ก็คือ พ่อแม่ต้องเป็นตัวอย่างคะ พ่อแม่ต้องเป็นตัวอย่างในการที่จะคิดวิเคราะห์ด้วย พ่อแม่ต้องเป็นตัวอย่างในการที่จะ อยากทำอะไรให้มันลึกซึ้งพอ อยากที่จะคิดอะไรให้มันก้าหน้าขึ้น อยากจะ improve หรือว่าพัฒนา จากงานที่ทำได้ผลอย่างนี้ อ้อทำยังไงที่จะทำให้ได้ผลดีขึ้น ใช้วิธีคิดหาความรู้เรียนรู้นะคะ เพราะฉะนั้นถ้าพ่อแม่คิดเยอะ ในการที่จะทำอะไรบางอย่างให้ดีขึ้น พ่อแม่อ่านหนังสือพ่อแม่หาความรู้ เด็กก็จะติดนิสัยของการที่จะคิดมากขึ้นวิเคราะห์มากขึ้น พ่อแม่วางแผนในชีวิตประจำวัน พ่อแม่มีการเตรียมว่า วันแต่ละวัน จะใช้เวลายังไง เด็กก็จะหัดเรียนรู้ว่า แต่ละวันเขาควรจะทำสิ่งนั้นสิ่งนี้ เขาก็จะคิดวิเคราะห์เกี่ยวกับชีวิตประจำวันได้เก่งนะคะ การที่พ่อแม่เป็นตัวอย่างที่ดีเป็นเรื่องสำคัญมาก หลายบ้านมาบ่นว่าทำไมลูกไม่ค่อยอ่านหนังสือ อาจารย์ก็จะถามกลับว่า ลูกได้เห็นตัวอย่างของการ อ่านหนังสือจากพ่อแม่มั้ย ลูกรับรู้ถึงความรู้สึก สนุกในการอ่าน ได้พัฒนาความรู้สึกรักในการที่จะอ่าน รักในการที่จะเรียนรู้จากพ่อแม่มั้ย ในหลายบ้านพ่อแม่ไม่ได้ทำสิ่งนี้ให้เห็นนะคะ ลูกก็เลยไม่ค่อยเกิดความรู้สึกรักในการที่จะเรียนรู้ขึ้นมาคะ อย่าลืมนะคะ ลูกปูก็เดินตามแม่ปูนะคะ เพราะฉะนั้นแม่ปูเป็นยังไงลูกก็เป็นอย่างนั้นคะ
.
Reference
None
Downloadable
เนื้อหาดาวโหลดนี้สำหรับสมาชิกรายปีเท่านั้น หากท่านเป็นสมาชิกอยู่แล้ว ท่านสามารถเข้าสู่ระบบได้ตามลิ้งนี้ เข้าสู่ระบบ. หากท่านไม่ได้เป็นสมาชิก ท่านสามารถสมัครสมาชิกได้ที่ลิ้งต่อไปนี้ สมัครสมาชิก.